game bắn cá mập

เหตุการณ์สำคัญ – ศักยภาพและกำลังซื้อที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคจีน

18 Oct 2013

ศักยภาพและกำลังซื้อที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคจีน

ด้วยจำนวนประชากรของจีนที่สูงเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และปริมาณเงินออมของคนที่อาศัยในเขตเมืองสูงกว่า 40 ล้านล้านหยวน กำลังซื้อของชาวจีนอยู่ในช่วงที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มีความต้องการบริโภคอย่างไม่จำกัด มีการปรับเปลี่ยนค่านิยมและรสนิยม ปัจจุบันตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อมหาศาลของจีนได้กลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของโลก ศักยภาพในอนาคตของตลาดจีน รสนิยม และอุปนิสัยในการใช้จ่ายของผู้บริโภคจีนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจผู้ประกอบการจากต่างประเทศที่ต้องการเจาะตลาดจีน ผู้ประกอบการไทยจึงอย่าได้มองข้ามตลาดสำคัญเช่นนี้ไป

การท่องเที่ยว

หลังจากที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ทะลุ 50 ล้านคนเป็นครั้งแรกในเมื่อปี 2553 จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวในต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นในอัตราสูงทุกปี โดยในปี 2555 มีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ไปเที่ยวในต่างประเทศทั้งสิ้น 83 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.1 จากปีก่อน และคาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกราวร้อยละ 15 เป็นประมาณ 94 ล้านคนในปี 2556 และที่สำคัญคือประมาณร้อยละ 90 ของจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนได้เพิ่มขึ้นจาก 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2553 เป็น 102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2555 ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เท่าตัว เป็นที่น่าสังเกตว่าค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น หากแต่การใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย สำหรับประเทศไทยนั้น ในครึ่งปีแรกปี 2556 ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปเที่ยวประเทศไทย 1.124 ล้านคน แซงหน้านักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย (1.115 ล้านคน) และกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวไทยสูงเป็นอันดับ 1 และคาดว่าปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปเที่ยวไทยจะทะลุ 3 ล้านคน ส่งผลให้ในตลาดไทย นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชียทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มหลักเดิมอย่างชาวยุโรปและอเมริกา ทั้งนี้ นอกจากจะส่งผลดีในเชิงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นมากแล้ว ด้วยพฤติกรรมนักท่องเที่ยวของชาวจีนที่มาเมืองไทยไม่มีรูปแบบของฤดูกาล จึงคาดว่าจะมีส่วนช่วยธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเชิงที่จะสามารถทำการตลาดและสร้างรายได้มากขึ้นในช่วงไตรมาสสองและสามซึ่งเป็น low season ของไทยมาโดยตลอด

ความนิยมและแนวโน้มการบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยที่เพิ่มสูงขึ้น

การที่นักท่องเที่ยวจีนมีมูลค่าการใช้จ่ายในต่างประเทศสูงถึง 102,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2555 นั้น ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นกลุ่มบริโภคสินค้าขายปลีกด้านการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะสินค้าประเภทสินค้าฟุ่มเฟือย แม้ว่าปัจจุบันสินค้าฟุ่มเฟือย รวมถึงสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ ได้ทยอยเข้ามาขายในจีน แต่ชาวจีนยังนิยมซื้อสินค้าดังกล่าวในต่างประเทศ ทั้งนี้ เนื่องจาก
1) ราคาถูกกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลหลัก มีสาเหตุมาจากภาษีนำเข้าที่เรียกเก็บในอัตราที่สูงมากต่อสินค้าประเภทนี้
2) ชาวจีนเชื่อถือคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าต่างประเทศมากกว่า
3) ปริมาณและประเภทของสินค้าฟุ่มเฟือยในตลาดภายในประเทศไม่เพียงพอ
4) ค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ชาวจีนมีกำลังซื้อในต่างประเทศมากขึ้น
5) มีความพอใจจากการได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น ในต่างประเทศด้วยตนเองและชอบมีประสบการณ์ซื้อสินค้าเหล่านี้ด้วยตนเองในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ในปี 2555 เขตเศรษฐกิจ/ประเทศที่นักท่องเที่ยวจีนนิยมซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย 3 อันดับแรก ได้แก่ ฮ่องกงและมาเก๊า (ร้อยละ 26) ยุโรป (ร้อยละ 23) และสหรัฐฯ (ร้อยละ 10) ส่วนคนที่ซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยภายในประเทศอยู่ที่เพียงร้อยละ 35 และคาดว่าจะลดลงอีกเหลือเพียงร้อยละ 20 ในปีนี้ นอกจากนี้ จากการสำรวจพบว่า สินค้าฟุ่มเฟือยที่นักท่องเที่ยวจีนซื้อในต่างประเทศส่วนใหญ่ได้แก่ เครื่องหนัง นาฬิกาข้อมือ และเครื่องประดับเพชรพลอย ซึ่งมีช่วงราคาหลากหลาย ในขณะที่เศรษฐีจีนนิยมซื้อนาฬิกาข้อมือและเครื่องประดับเพชรพลอยชั้นเยี่ยมคุณภาพสูง โดยเฉพาะรุ่นที่มีจำนวนจำกัดหรือแบบที่สามารถสั่งทำพิเศษในรูปแบบที่ตนพอใจ ศักยภาพในการบริโภคของชาวจีนยังเติบโตอยู่เรื่อยๆ โดยรายงานจาก Boston Consulting Group (BCG) ชี้ว่า จำนวนชาวจีนระดับรวย (รายได้ต่อปีของครอบครัวที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้มากกว่า 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ) จะมีจำนวนสูงถึง 280 ล้านคนภายในปี 2563 โดยจะมีอำนาจซื้อสูงถึง 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับยอดมูลค่าการบริโภคของทั้งประเทศญี่ปุ่น และสูงเป็น 3 เท่าของเกาหลีใต้ภายในปี 2563

พฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไปของชาวจีนกับความนิยมซื้อสินค้าออนไลน์

เมื่อต้นปีนี้ ศูนย์ข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจีน (CNNIC) ได้ประกาศรายงานแนวโน้มการพัฒนาเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของจีนครั้งที่ 31 โดยระบุว่า ณ สิ้นปี 2555 จำนวนประชากรผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของจีนทะลุ 564 ล้านคน โดยมีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มใหม่ในปี 2555 ทั้งสิ้น 51.9 ล้านคน นอกจากจำนวนคนจีนที่ใช้อินเตอร์เน็ตพุ่งสูงขึ้นแล้ว จำนวนผู้บริโภคที่ใช้จ่ายซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตหรือโทรศัพท์มือถือก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2555ผู้บริโภคออนไลน์ของจีน มีทั้งสิ้นกว่า 242 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 24.8 จากปี 2554 ซึ่งความนิยมจับจ่ายออนไลน์ของชาวจีนได้สร้างปรากฏการณ์ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 หรือวันเทศกาลวันโสด โดยบริษัท Taobao ร้านค้าออนไลน์จีนใหญ่สุดได้สร้างรายได้สูงถึง 19,100 ล้านหยวนภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง บริษัท Mckinsey & Co ที่ปรึกษาธุรกิจและการวิจัยการตลาดชั้นนำ ได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้บริโภคกลุ่มชนชั้นกลางชาวจีนกว่า 10,000 รายใน 44 เมืองสำคัญทั่วจีนพบว่า ผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่มีพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางที่มีรายได้มากกว่า 8,300 หยวนต่อเดือน มักนิยมใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาข้อมูลสินค้า และติดใจในความสะดวกสบายกับการซื้อของออนไลน์บนเว็บไซต์ ใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินใจซื้อสินค้า และให้ความเชื่อมั่นกับแบรนด์สินค้าเป็นหลัก คาดว่าจำนวนผู้บริโภคชนชั้นกลางยุคใหม่กลุ่มนี้จะมีมากถึง 400 ล้านคนภายในปี 2563 และจะครองสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 51 ของผู้บริโภคทั่วไปในจีน เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีเพียงร้อยละ 14 ของผู้บริโภคทั้งหมด ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ควรมองข้ามโอกาสจากธุรกิจออนไลน์ในการเจาะตลาดผู้บริโภคจีน นอกจากนี้ การชอปปิ้งออนไลน์และการทำธุรกรรมทางการเงินโดยผ่านโทรศัพท์มือถือของชาวจีนก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยจำนวนผู้บริโภคจีนที่ซื้อของออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือในปี 2555 เพิ่มขึ้น 1.36 เท่าจากปี 2554 ส่วนจำนวนผู้ใช้บริการธนาคารออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 และจำนวนผู้ชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมีการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.6

นัยที่สำคัญต่อไทย

  1. ในฐานะที่ไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวติดอันดับที่ 3 ของนักท่องเที่ยวชาวจีน และจีนได้กลายเป็นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับ 1 ของไทย พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นๆ ของไทย เพื่อและดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้มากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงแนวทางในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจีน อาทิ การเพิ่มคำแปลภาษาจีนในจุดสำคัญๆ เช่น ป้ายต้อนรับ เว็บไซต์ รายการทีวี และหนังสือพิมพ์ เป็นต้น การเพิ่มเจ้าหน้าที่/ล่ามที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวจีน ทั้งที่โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงสถานพยาบาลและสถานีตำรวจ รวมไปถึงการอำนวยความสะดวกให้กท่องเที่ยวในเรื่องการเงินการธนาคาร ได้แก่ การเพิ่มบริการทางการเงินให้บัตรเครติดของธนาคารจีนสามารถใช้ได้แหล่งช๊อปปิ้งในประเทศไทย พร้อมไปกันนั้น ต้องไม่ลืมที่จะปรับปรุงกฏระเบียบและเตรียมความพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากจีน เพื่อป้องกันมิให้แหล่งท่องเที่ยวที่มีค่าของไทยทรุดโทรมเสื่อมค่าและถูกนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำลาย
  2. นอกจากนี้ ในการทำการตลาด สินค้า หรือ บริการของไทยที่ต้องการเจาะกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนยุคใหม่นี้ ควรเน้นพัฒนาแบรนด์สินค้าให้มีจุดเด่น สร้างความน่าเชื่อถือ เข้าใจผู้บริโภคชาวจีนซึ่งในปัจุบันให้ความสำคัญต่อสุขภาพ มองหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง มีเอกลักษณ์ โดยไม่เกี่ยงเรื่องราคา
  3. ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามช่องทางการขายและตลาดผ่านระบบอินเตอร์เนต หรือ E-Commerce ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างมากในปัจจุบันด้วยมีช่องทางการซื้อที่ง่ายและสะดวกสบาย มีระบบการประเมินคุณภาพของสินค้าและผู้ขาย ระบบการชำระเงินและการส่งคืนสินค้าที่มีคุณภาพ ในมุมของผู้ประกอบการ E-Commerce ช่วยลดความยากลำบากในการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งร้าน ตลอดจน ต้นทุนต่างๆ ของการตั้งร้านขึ้นในจุดที่เป็นทำเลทอง พนักงานดูแลร้าน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ประกอบการอาจใช้การขายผ่านระบบอินเตอร์เนตเพื่อทดสอบตลาดและรสนิยมของชาวจีนเป็นก้าวแรกก่อนที่จะลงทุนจัดต้างร้านค้าขึ้นมา
game bắn cá mậpLiên kết đăng nhập เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


ข่าวยอดนิยม

อ่านข่าวอื่น
BACK TO TOP กลับขึ้นด้านบน
bắn cá long vương download live casino online 888 casino online dragon tiger casino online sport casino online